[19] GMAT Prep

สวัสดี ไดอารี่ที่รัก,

 

อีกครั้งที่หายไปนานมาก หลังจากล่าสุดคือเดือน 7/2559 ที่ไปสอบ GMAT

อยากจะบอกว่า ผิดหวังกับคะแนนมาก เพราะว่าได้

Overall 530 

Quantitative 46

Verbal 18

 

คุณพระ คะแนนทำไมน้อยขนาดนั้น แต่ก็นะ อาจเป็นเพราะว่าเราคาดหวังมากเกินไป คือเรียนจบประมาณต้นเดือน ก.ค. อ่าน Part เลขไปแบบเข้มข้นพอสมควร ส่วน Verbal ก็ทำโจทย์ CR อย่างเดียว ที่เหลือก็ซุยหน้างาน มันก็คงไม่แปลกหรอกที่คะแนนจะออกมาเละเทะขนาดนี้

แต่ก็นะ หลังจากนั้นก็บอกตัวเองว่า เอ้อ จะตั้งใจอ่าน Verbal แบบจริงจัง ให้เวลาตัวเองมากๆหน่อย

แต่ whatever ไว้จะมาเล่ารายละเอียดอีกทีละกันว่า เป็นยังไง

 

แต่ตอนนี้สมัครสอบไว้วันที่ 4 ม.ค. 2560 โดยจะทำให้ได้

Overall 640

Quantitative 47

Verbal 30

ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา ล้มลุกคลุกคลาน เหนื่อยและฝ่าฟันอะไรหลายๆอย่างมาก ร่างกายแทบสลาย รู้สึกเลยว่างานหนักขึ้นมาก ทรหด ร้องไห้ นอย หลายครั้งมาก แต่ก็ขอบคุณเพื่อนๆที่คอยให้กำลังใจ ขอบคุณใครหลายคนที่มาชี้แนวทางสว่าง ขอบคุณตัวเองที่อดทน มุมานะ พยายามได้มากขนาดนี้ ขอบคุณโอกาสดีๆ คนดีๆ ที่เดินข้ามาในชีวิตแล้วทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนแปลง

สำหรับการสอบรอบ 4 ม.ค. 2560 ฉันเชื่อว่าฉันทำได้ ฉันเชื่อในศักยภาพของตัวเอง เวลาผ่านมา 4 เดือนแล้ว มันต้องดีขึ้น มันต้องเห็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีบ้าง

ถ้าฉันทำได้ ฉันจะมาบอกเคล็ดลับให้คนอื่นๆฟัง ถึงหนทางสู่ความสำเร็จ ฉันอยากช่วยคนอื่นๆไม่ให้ต้องมาทุกข์ทรมานเหมือนทีี่ฉันเคยเป็นมาก่อน

 

เป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะ…ฉันจะต้องทำได้แน่นอน

แบงค์,

17 พ.ย. 2559

โฆษณา

[18] พรุ่งนี้สอบ GMAT

สวัสดี ไดอารี่

พรุ่งนี้เราสอบ GMAT แล้ว หลังจากที่อ่านหนังสืออย่างหนักหน่วงพร้อมกับทำงานไปด้วยมาหนึ่งเดือนเต็ม ทั้ง part Quantitative และ Verbal  เราคาดหวัง Overall Goal 600 โดย Q 47 และ V 25

บอกตามตรงว่าเครียดกับ Verbal มากๆ เพราะยากมากๆๆๆ ทรหดและหดหู่กับ part นี้ที่สุด แต่เชื่อว่า มันจะไม่ยากเกินความสามารถ อาจเป็นเพราะเราคุ้นชินแล้วมั้ง ตอนแรกนี่โดคไม่ชอบเลย ต้องอ่านเร็วจับใจความ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเอาไว้พรุ่งนี้หลังสอบเสร็จจะมาเขียนรีวิวอีกทีนะ

ตอนนี้ไม่เครียดแล้ว ไม่กดดันอะไรแล้ว เพราะรู้สึกที่ผ่านมามันเหนื่อยมามากพอสมควรแล้ว แต่แค่อยากสอบเสร็จจะรีบไปออกกำลังกายซะที เป้าหมายต่อไปของเรา ก็คือการออกกำลังกาย สร้างหุ่นที่เฟิร์มสักที

ทบทวนเป้าหมายของชีวิตดีกว่า

อยากได้ GMAT 600 up จากนั้นจะออกกำลังกายแล้วก็พักสมอง พักการอ่านหนังสือ

ส่วน IELTS ค่อยไปเรียนปีหน้าก็ยังทันเนอะ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป

ขอบคุณร่างกายและจิตใจ ขอบคุณพ่อแม่ เพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ ทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจ จะสู้ให้ถึงที่สุด!

แบงค์,

24 กรกฎาคม 2559

[17] Say Goodbye Annual Leave

สวัสดี

ไม่ได้เขียนไดอารี่มาหลายเดือนเลย ในที่สุดการพักร้อนของฉันก็สิ้นสุดลง เป็นการพักร้อนที่เหมือนไม่ค่อยได้พักเท่าไหร่ตามเคย แต่ก็ยังดีกว่าปีที่แล้ว ที่พักร้อนแต่แบบเหนื่อยมาตลอดทั้งเดือน อ่านหนังสือสอบ CPA แต่ปีนี้เปลี่ยนมาเป็นอ่าน GMAT แต่ก็ถือว่าเบากว่า CPA เพราะเรียนไปด้วย อ่านไปด้วย

แต่สิ่งที่หนักใจมากกว่าปีที่แล้ว นั่นก็คือกำลังคิดว่าอยากจะลาออก (ดีมั้ย ?) จาก Audit ไปทำ Advisory เพราะรู้สึกเหนื่อยทั้งกายและใจกับงาน Audit มาก เราไม่ชอบ Environment แบบนี้เลย ไม่ชอบการแก้ไฟล์งานที่ทำเสร็จแล้ว (และเคยโดนแก้ไปแล้วรอบนึง) หรือ โดนบังคับให้ทำแบบนั้น แบบนี้

คือเราไม่ชอบที่บางคนใน KPMG จะ treat เราเป็นตุ๊กตา อยากให้เราทำอะไร เวลาไหนก็ได้ อันนี้ไม่โอเค เพราะเราไม่ใช่ตุ๊กตา ทุกอย่างควรจะทำบนพื้นฐานของความเป็น Professional ควรมีการวางแผน เผื่อเวลา และจัดสรรงานอย่างพอเหมาะพอควร และแน่นอนว่าค่าตอบแทนในการทำงานก็ต้องสมน้ำสมเนื้อกันด้วย

ถ้า Audit KPMG ทำให้ไม่ได้ ก็ลาก่อน

เอ้อ เราสมัครสอบ GMAT ละนะ ไว้เราจะมารีวิวให้ฟังเกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบ GMAT ละกัน เราลงสอบไว้วันที่ 25 กรกฎาคม 2559

แบงค์,

25 มิถุนายน 2559

[16] My own future

Hi Diary

Just a month ago, I left writing diary to work hard. Now I have more free time than the last month. I feel comfortable. I can do what I want to do in my free time even if my FS has been in process of reviewing by partner. It is the time to begin my new life.

My goal for this year is just

  • Get GMAT 700
  • Get IELTS 7.0 Bands
  • Six packs and healthy

No more work, no more tension. I want to draw my own future.

Let’s start the good future together 🙂

14 April 2016

Bank

[15] 3/2016

Hi Dairy

เหมือนชีวิตเราจะเจอทางตันอีกรอบ เหมือนมันหยุดนิ่ง

เราอยากไปเมืองนอก เราอยากอ่านภาษาอังกฤษ เราควรจะทำอย่างไร

สิ่งแวดล้อม มันไม่เอื้อต่อการให้เราอ่านเลย เราขี้เกียจ โฮ เราสับสน

เราอยากออกไปมีชีวิต เราอยากไปเรียน อยากไปพบเพื่อนใหม่ เราอยากขยันกว่านี้

เราอยากหยุดงานแล้วอ่านหนังสือ เรา…. :((((

[14] Year End 2015

Hi

ไม่เจอกันนานมากนะไอดารี่ ตอนนี้ชีวิตเราได้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตหนักไปแล้ว คือ งบ listed year end 2015 ออกไปแล้ว บอกเลยว่าชีวิตพังมาก เพราะกลับบ้าน 7 โมงเช้าติดต่อกัน 4-5 วัน เหนื่อยมากและพังสุด

สารพัดปัญหารุมเร้ามาก เอาจริงๆก็คือเหนื่อยงาน เหนื่อยใจกับคนทั้งลูกค้าและที่ทำงาน เหนื่อยใจกับครอบครัว มันทำให้เรารู้สึกว่าเมืองนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาซะเลย อยากจะหนีออกไปไกลๆไปเจออะไรใหม่ๆ

เราอยากมีชีิวิตที่เป็นแบบของเรา เราเหนื่อยกับการใช้ชีวิตแบบนี้ ไม่ใช่ไม่ชอบงาน Auditor นะ เราชอบ แต่เราไม่ชอบเรื่องเวลาที่เราต้องมาผูกมัดกับคนอื่น เราอยากมีเวลาส่วนตัวให้เราสามารถจัดการได้ หมายถึงว่า เราอยากได้แบบบอกมาเลยว่าจะเอาอะไรวันไหน ลูกค้าจะให้วันไหน ลูกค้า support, manager ช่วยอะไรบ้าง review อะไรวันไหน, น้องในทีมต้องหัดขวนขวายและมีเหตุผลมากกว่านี้ ฯลฯ เราเหนื่อยกับการทำงานแบบนี้มาก

เราอยากอ่านภาษาอังกฤษ ตลอดที่ผ่านมา เราแทบไม่มีเวลาอ่านภาษาอังกฤษเลย เพราะเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับงานแล้ว พอมีเวลาพักก็อยากจะไปใช้ชีวิตนอน หรือทำอะไรไร้สาระบ้าง พอเราไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ มันทำให้เรารู้สึกเฟล เฟลหนักมาก เฟลกับตัวเองที่ทำไม่ได้ มันเหมือนหมดศรัทธาในตัวเอง

เราเหนื่อยกับครอบครัว ปัญหาสารพัดที่เกิด และเรารู้สึกว่าเป็นปัญหาที่เอาจริงๆมันแก้ได้ง่ายมาก แต่เค้าไม่ยอมแก้ไข ต่างคนต่างไม่ยอมรับในความผิดที่ตัวเองทำ เราก็ไม่รู้จะพูดยังไง และเราต้องเป็นฝ่ายแบกรับภาระนี้หรือ ?

เราอยากมีชีวิตใหม่จริงๆ เราเหนื่อยกับชีวิตแบบนี้เหลือเกิน เอาจริงๆคือตอนนี้ก็ไม่รู้จะเริ่มทำจากตรงไหนก่อน มันเครียดไปหมด

 

แบงค์

28 กุมภาพันธ์ 2559

[13] Review myself 2015

ตลอดปี 2015 ที่ผ่านมา เอาจริงๆก็คือ “เป็นปีที่หนักมากในทุกมิติของชีวิต”

ตั้งแต่ Year End (ม.ค.-เม.ย.) ที่รู้สึกเลยว่ามันจัดการทุกอย่างได้ไม่ดีมากๆ คือทำงานค่อนข้างจะไม่ดีนักในหลายๆจ๊อบ ร้องไห้แบบจริงๆต่อหน้าเทรนนี น้องๆหลายๆคนเพราะความเครียดที่เราทำหลายๆ working paper หรือ clear ประเด็นต่างๆไม่ได้

พอหมด Year End เข้า Q1’15 (พ.ค.) ก็รู้สึกโล่งขึ้นมาหน่อย เริ่มออกกำลังกายบ้าง พักผ่อนเล็กน้อย

จนกลางปี ช่วงเดือน มิ.ย. ก็ลงเรียนติวสอบ CPA 3 วิชา (Audit 1, Audit 2, Law 1) ซึ่งเรียนวันละ 8 ชั่วโมง เกือบ 20 วัน รวมๆกัน แน่นอนว่าหนักมาก เป็นช่วงที่พีคที่สุดในชีวิตของปีนี้ เพราะ leave ด้วย อ่านหนังสือไปด้วย เรียนไปด้วย เพื่อสอบ 3 วิชาดังกล่าว ในวันที่ไม่ได้ไปเรียน ก็ต้องตื่นมาอ่านหนังสือตั้งแต่ 10 โมงเช้าไปจนถึง 4 ทุ่ม ทุกวัน ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลยช่วงนั้น อ่านไป ร้องไห้ไป (ถุยในชะตากรรมของตัวเอง) เพราะเครียดมาก และแน่นอนว่าตอนสอบเสร็จคือรู้สึกทำไม่ได้ – –

เมื่อสอบเสร็จวันต่อมาคือทำงานเลย (พีคมาก) สรุปคือปีนี้หยุดยาวกูหมดแล้ว!?!? เปิดมาก็ Q2 เลย (ก.ค.) แต่ก็ถือว่าโอเค เพราะมันไม่ได้หนักหนามากมาย สอบใบขับขี่ด้วยช่วงนั้น

จากนั้นก็ทำงานมาเรื่อยๆ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ จนกระทั่งประกาศผลสอบช่วง ก.ย. ปรากฏว่าสอบผ่านหมด 3 วิชา บอกเลยว่าดีใจมากๆๆๆๆๆๆๆ เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่มี ความเหนื่อยล้า ความเครียดทั้งหมดที่มี มันหายไปกับตาเลยตอนนั้น

จากนั้น ก็เริ่มมีความรู้สึกแปลกๆเข้ามาในชีวิต นั่นก็คือ เคว้งคว้าง รู้สึกไร้จุดหมายกับชีวิตอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะเราเหนื่อยเกินไปกับชีวิต ไม่ได้พักผ่อนเลย แล้วก็ใีความคิดว่าอยากไปเรียน ป.โท ที่เมืองนอก แต่แบบ ไม่มี action ใดๆเกิดขึ้น อาจเพราะมันยังไม่แข็งแรงพอ ประกอบกับการประกาศเลื่อนเงินเดือนที่ทำให้เราดราม่าได้หลายวัน เพราะรู้สึกเลยว่าแบบไม่โอเคจริงๆกับเงินเดือนที่ได้รับ

ช่วงท้ายปี ก็ยังเป็นช่วงที่ทำงานเรื่อยๆ และก็รู้สึกหนักขึ้นนะ แบบเดือน ธ.ค. นี่แทบไม่ได้เที่ยวหรือช้อปปิ้งใดๆเลย มาจนถึงปีใหม่นี้…

 

สรุปก็คือ เป็นปีที่ดีมากปีนึงแหละ ขอบคุณตัวเองที่ผ่านพ้นปีที่ยากลำบากนี้มาได้ ขอบคุณจริงๆ มีหลายเรื่องที่ขาดตกบกพร่องไป เช่น เรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย, เรื่องอารมณ์ที่พักหลังหงุดหงิดง่าย ใจร้อนด่วนได้, เรื่องการใช้เงิน (ต้องเพลาๆลงแล้ว) ฯลฯ

แต่ถือว่าเป็นอีกปีที่ฉันพอใจ 🙂

รัก

แบงค์

31 ธันวาคม 2558